78 ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์

วงดนตรีสุนทราภรณ์

วงดนตรีสุนทราภรณ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482 โดยมีศิลปินยุคต้นๆ และต่อเนื่องกันมาเป็นลำดับ ได้แก่ ครูเอื้อ สุนทรสนาน, คุณมัณฑนา โมรากุล, คุณเลิศ ประสมทรัพย์, คุณสุภาพ รัศมิทัต, คุณสุปาณี พุกสมบุญ, คุณจันทนา โอบายวาทย์, คุณจุรี โอศิริ, คุณวินัย จุลละบุษปะ, คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี, คุณชวลี ช่วงวิทย์, คุณพูลศรี เจริญพงษ์, คุณวรนุช อารีย์, คุณศรีสุดา รัชตะวรรณ, คุณสมศักดิ์ เทพานนท์, คุณรวงทอง ทองลั่นธม, หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์, คุณอ้อย อัจฉรา, คุณมาริษา อมาตยกุล, คุณบุษยา รังสี เป็นต้น

การรวมกลุ่มของนักดนตรีวงสุนทราภรณ์ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2479 โดยครูเอื้อ สุนทรสนาน กับเพื่อนๆ ร่วมกันตั้งวงดนตรีไทยฟิล์ม ของบริษัท ภาพยนตร์ไทยฟิล์ม จำกัด โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล เมื่อบริษัทเลิกกิจการในปี พ.ศ. 2482 ประจวบกับนายวิลาศ โอสถานนท์ อธิบดีกรมโฆษณาการ ดำริให้มีวงดนตรีประจำกรม ครูเอื้อ และเพื่อนนักดนตรีวงไทยฟิล์ม จึงเข้ามาประจำเป็นวงหัสดนตรีกรมโฆษณาการ และเปลี่ยนชื่อเป็นวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ในเวลาต่อมา โดยนักดนตรีชุดเดียวกันนี้ เมื่อรับงานของทางราชการ จะใช้ชื่อว่าวงดนตรีกรมโฆษณาการ แต่เมื่อใช้รับงานส่วนตัว นอกเวลาราชการ จะใช้ชื่อว่าวงดนตรีสุนทราภรณ์ โดยมีที่มาจาก นามสกุลของครูเอื้อ (สุนทรสนาน) สนธิคำกับชื่อคนรักของครูเอื้อ คือ คุณอาภรณ์

ในปัจจุบัน วงดนตรีสุนทราภรณ์ เป็นสิทธิมรดกตามกฎหมาย ในการดูแลของคุณอติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ บุตรสาวของครูเอื้อ กับคุณอาภรณ์ (สกุลเดิม : กรรณสูต) โดยมี ครูดำ-พูลสุข สุริยพงษ์รังษี หลานตาของ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ทำหน้าที่หัวหน้าวงดนตรีสุนทราภรณ์ สืบสานปณิธานของครูเอื้อ สุนทรสนาน ต่อเนื่องตลอดมา และนับเป็นวงดนตรีของไทยที่อยู่คู่สังคมไทยมายาวนานที่สุด

สำหรับประวัติของ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์ มีดังนี้

ครูเอื้อ สุนทรสนาน บุคคลสำคัญของโลก
ครูเอื้อ สุนทรสนาน คีตศิลปินคนสำคัญของไทย ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2453 ในสกุล “สุนทรสนาน” อันเป็นสกุลพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บ้านตำบลโรงหวี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม บิดาชื่อ นายดี สุนทรสนาน มารดาชื่อ นางแส สุนทรสนาน

ครูเอื้อ สุนทรสนาน มีนามเดิมว่า “ละออ” ต่อมา บิดาให้นามใหม่เป็น “บุญเอื้อ” และได้มาเปลี่ยนอีกครั้งในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็น “เอื้อ สุนทรสนาน”

ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้สมรสกับนางสาวอาภรณ์ กรรณสูตร ธิดาพระยาสุนทรบุรี มีธิดา 1 คน คือ คุณอติพร เสนะวงศ์ (สมรสกับ พลตำรวจโท สันติ เสนะวงศ์)

ในวัยเด็ก ครูเอื้อ เริ่มเข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดใหม่ราษฎร์บูรณะ แล้วย้ายไปศึกษาต่อที่วัดระฆังโฆษิตาราม จนจบชั้นประถมได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนพรานหลวงซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้นเพื่อสอนดนตรีทุกประเภท ที่สวนมิสกวันโดยมีพระเจนดุริยางค์เป็นอาจารย์ใหญ่ เป็นผู้สนใจ และมีความมุมานะพยายามอย่างมากจนสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้จนชำนาญ และเป็นหนึ่งในเมืองไทยในยุคต่อมา คือสีไวโอลิน และเป่าแซกโซโฟน

เมื่อจบหลักสูตรการศึกษาแล้วได้เข้ารับราชการเป็นนักดนตรี ประจำกองเครื่องสายฝรั่งหลวง ที่กรมมหรสพ กระทรวงวัง ในปี2467 และโอนไปอยู่ที่กรมโฆษณาการ หรือกรมประชาสัมพันธ์ ในปัจจุบัน ในปี 2482 จนกระทั่งได้เกษียณายุราชการในปี 2514

ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรี ”สุนทราภรณ์” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2482 และครูเอื้อยังได้ก่อตั้งโรงเรียนสุนทราภรณ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2512 สอนวิชาการดนตรี การขับร้องเพลง สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน มีศิษย์ที่ผ่านการเรียนจากโรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรีจำนวนกว่า 6,000 คน หลายคนเป็นศิลปินมีชื่อเสียงอยู่ในวงการดนตรีมาตราบถึงทุกวันนี้
ครูเอื้อ สุนทรสนาน มีผลงานฝากไว้ให้อนุชนรุ่นหลังมากมาย เช่น เพลงปลุกใจ เพลงสดุดี เพลงถวายพระพรถวายความจงรักภักดี มากกว่า 100 เพลง เพลงประจำสถาบัน เพลงประจำจังหวัด ทั้งที่บันทึกเสียงแล้ว และยังมิได้บันทึกเสียง มากกว่า 700 เพลง เพลงอื่น ๆ ที่มีทั้งเพลงเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และเทศกาลต่างๆ เพลงรัก เพลงลีลาศ เพลงรำวง เพลงพื้นบ้าน เพลงประกอบ เพลงประกอบภาพยนต์ มากกว่า 2,000 เพลง

ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดชั้น ”ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ” เมื่อปี 2518 ต่อมาได้รับพระราชทานโล่เกียรติยศในฐานะศิลปินตัวอย่าง สาขาผู้ประพันธ์เพลง ประจำปี 2523 และได้รับแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ถึง 4 ครั้ง กับทั้งได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย
ครูเอื้อ สุนทรสนานเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งที่ทรวงอก เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2524 สิริอายุรวม 71 ปี 2 เดือน

ต่อมากรุงเทพมหานคร ร่วมกับมูลนิธิสุนทราภรณ์ ได้จัดสร้าง “อนุสรณ์สถาน ครูเอื้อ สุนทรสนาน” ณ ลานหน้าเวทีลีลาศสวนลุมพินี เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 เพื่อรำลึกถึงและเป็นอนุสรณ์ในความเป็นคีตศิลปินสำคัญของไทย

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2550 กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอชื่อ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ต่อองค์การยูเนสโกในวาระครบรอบ 100 ปี ครูเอื้อ เพื่อให้เป็นบุคคลดีเด่นของโลก จนเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2552 กระทรวงวัฒนธรรมได้รับแจ้งจากผู้แทนไทยประจำยูเนสโกว่า จากการกลั่นกรองคัดเลือกบุคคลสำคัญของโลก 5 สาขา คือ การศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2552 ได้เห็นชอบให้ครูเอื้อ สุนทรสนานเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านวัฒนธรรมดนตรีสากล โดยได้มีมีมติรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 35 ในเดือนตุลาคม 2552 ที่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2553 จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ตั้งชื่อถนน “ครูเอื้อ สุนทรสนาน” ณ ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเป็นเกียรติแก่ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาลของครูเอื้อ สุนทรสนาน เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2553

และเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2558 มูลนิธิสุนทราภรณ์ ร่วมกับ เทศบาลตำบลเหมืองใหม่ และวัดราษฎร์บูรณะ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ทำพิธีเปิด “ศาลครูเอื้อ สุนทรสนาน” ซึ่งประดิษฐานรูปปั้นครูเอื้อ สุนทรสนาน ณ ลานหน้าวัดราษฎร์บูรณะ ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม อันเป็นบ้านเกิดของครูเอื้อ สุนทรสนาน เพื่อเป็นอนุสรณ์ในฐานะบุคคลผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่ท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนผู้ศรัทธาในผลงานของครูเอื้อ สุนทรสนาน บุคคลสำคัญของโลก ได้มาสักการะสืบต่อไป

คำสดุดีขององค์การยูเนสโก แห่งสหประชาชาติ เนื่องในโอกาสที่ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้รับประกาศเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” ประจำปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) ในวาระครบรอบชาตกาล 100 ปี มีดังนี้

Thailand
100th anniversary of the birth of Euah Suntornsanan, composer (1910-1981) (2010)

A prolific and talented composer and bandleader, Euah Sunthornsanan was a pioneer in introducing Western music into Thai popular culture. In the 1940s, he founded the Suntaraporn which is Thailand’s best-known big band. He has extensively performed in Thailand but also in other countries in the region such as Lao People’s Democratic Republic, Cambodia or China. Through his music and songs he successfully contributed to generating forces for peace and harmony among South-East Asian countries. The celebration of the centenary of his birth will no doubt provide an excellent opportunity to promote a better understanding of his unique contribution through the universal language of music.

รวบรวมและเรียบเรียง โดย
ปรีชา เศขรฤทธิ์ กรรมการมูลนิธิสุนทราภรณ์ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

Comments are closed.